บทที่ 9 นังบ้า ฆ่าคนแล้ว

แต่พอนางจะปิดประตูเรือน ก็ถูกมือหนาของชุยหยุนจับเอาไว้ พร้อมทั้งจูงพาเดินไปที่เรือนตระกูลหลี่

“ไหนบอกไม่มาอย่างไรเล่า” นางกระซิบถามเขาอย่างหยอกล้อ

“พูดมาก” เขาลากนางให้เดินเร็วขึ้น

“เดินช้าๆ ท่านอย่าลืมว่าท่านกำลังป่วยอยู่” ฝีเท้าของชุยหยุนผ่อนความเร็วลง

ชาวบ้านที่พวกเขาเดินผ่านได้แต่มองมาทางทั้งสองอย่างเห็นใจ บางคนก็ขบขันที่คนหนึ่งใกล้ตาย อีกคนก็เสียสติ หลิงเฟิ่งอดเห็นใจชุยหยุนไม่ได้ ที่เขาต้องมาแสดงงิ้วร่วมไปกับนางด้วย

“นังบ้า หลิงเฟิ่ง”

“หลิงเฟิ่งหญิงบ้า”

“ศพเดินได้”

“พี่หยุนพาเจ้าสาวบ้าออกมาเดินเล่น ฮ่า ฮ่า”

เสียงเด็กน้อยวิ่งห้อมล้อมคนทั้งสอง พร้อมทั้งตะโกนด่าทอกันอย่างสนุกสนาน

“พ่อแม่ ไม่สั่งสอน ข้าจะสอนเอง” นางพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะสลัดมือของชุยหยุนทิ้งแล้ววิ่งเข้าไปหากลุ่มเด็กที่กำลังล้อเลียนนางกับชุยหยุนอยู่

“แฮร่ แฮร่...” หลิงเฟิ่งชูมือขึ้นมาทั้งสองข้าง ก่อนจะร้องออกมาเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่กลุ่มเด็กๆ จนแตกกระเจิง

“ฮ่า ฮ่า แฮร่...” นางไล่ตามไปไม่ไกลก็หยุดลงหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะตะโกนไล่หลังไปอีกครั้ง

“เฟิ่งเออร์ มานี่” ชุยหยุนขบขันก็ขบขัน โมโหก็โมโห ที่นางทำตัวราวกับหญิงเสียสติจริงๆ

“แฮร่” นางมาหยุดหลอกตรงหน้าชุยหยุน

“พอแล้ว ไปกันหมดแล้ว” เขาดึงมือของนางมาจูงเดินต่อ “เจ้าไม่เห็นต้องทำเช่นนี้เลย” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบา

“ก็ข้าเป็นหญิงบ้า ก็ควรทำให้เหมือนเสียหน่อย” นางกลับไปเลื่อนลอย สนใจท้องฟ้า ยอดไม้ แต่ปากก็เอ่ยตอบโต้เขากลับไปด้วย

“แล้วเมื่อใดเจ้าถึงจะเลิกทำ” เขาหันมามองนางอย่างชื่นชม หากไม่รู้ว่าสิ่งที่นางทำอยู่เป็นเพียงการแสดงก็คงเชื่อว่านางบ้าจริงๆ

“เมื่อ...ข้าออกไปจากที่หมู่บ้านนี้” หากได้ออกไป นางก็ได้เลิกแกล้งบ้าเสียที

“อืม” เขาตอบรับเบาๆ ทั้งยังเชื่อว่า คนฉลาดเช่นนางอีกไม่นานคงได้ออกไปจากหมู่บ้านหู่เซิงเป็นแน่

ทั้งสองยังเดินมาไม่ถึงเรือนตระกูลหลี่ดี ก็ได้ยินเสียงโวยวาย ด่าทอของคนจำนวนมากที่อยู่ภายในเรือนกันแล้ว

“อากวน เจ้าเป็นบิดาของนางจริงหรือไม่ เหตุใดถึงได้เอ่ยออกมาเช่นนี้” จูซื่อตำหนิเขาออกมาอย่างไม่พอใจ

หลิงเฟิ่งและชุยหยุนยืนรอฟังเรื่องราวอยู่ด้านนอกมิได้เดินเข้าไปด้านใน

“ข้าเคยพูดเสียที่ไหนว่านางมิใช่บุตรสาว ในเมื่อขายให้เจ้าไปแล้ว เจ้าจะฆ่าแกงนางเช่นใดก็เชิญ นางเสียสติเช่นนั้นยังจะเอาใบรับรองตัวตนไปทำอันใด” หลี่กวนเอ่ยออกมาอย่างไม่สนใจ

เขานำเงินสองตำลึงที่ได้มาจากการขายหลิงเฟิ่งไปเป็นเจ้าสาวตระกูลซ่ง นำไปซื้อเนื้อ สุรา มากินกับบุตรชายทั้งสอง ทั้งสามกำลังสนุกกันเต็มที่ จูซื่อที่พาหัวหน้าหมู่บ้านมาทำเรื่องตัดขาดหลิงเฟิ่งกับตระกูลหลี่ ทั้งยังขอใบรับรองตัวตน เขาขี้เกียจเกินกว่าจะลุกขึ้นไปหามาให้เท่านั้น

“อากวน เจ้าควรจะมอบให้ตระกูลซ่งตั้งแต่วันที่ส่งตัวเจ้าสาว วันนี้เจ้าเพียงแค่ไปหยิบมาเท่านั้น เหตุใดต้องทำให้ยุ่งยากด้วยเล่า” หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ

“นางจะตายอยู่แล้ว จะเอาไปทำอันใด บุตรชายของเจ้าอีกไม่นานก็ต้องตาย เมื่อได้ตัวอัปมงคลไปอยู่ในเรือน” อาจจะเป็นด้วยฤทธิ์ของสุรา ที่ทำให้คนเป็นบิดาเอ่ยออกมาเช่นนี้ได้

“ท่านพ่อ ท่านเก็บไว้ที่ใด ข้าไปหยิบให้เอง ท่านรีบประทับนิ้วมือยินยอมตัดขาดนางไปเสีย จะได้หาความสำราญต่อ” หลี่เฉียงเอ่ยออกมาอย่างเสียอารมณ์ เขาเพิ่งจะดื่มไปได้เพียงไหเดียว ชาวบ้านก็พากันมาที่เรือนแล้ว

“หากเจ้าขยันก็ไปหยิบ ใบรับรองตัวตนของเฟิ่งเออร์ ข้าใช้รองขาเตียงอยู่ในห้องนอน” ชาวบ้านที่ได้ยินต่างพากันส่ายหัว

อาจจะเป็นด้วยหลิงเฟิ่งนางเสียสติ หากปล่อยให้ออกมานอกเรือน นางก็จะวิ่งไปทั่วหมู่บ้าน คนตระกูลหลี่จึงได้ขังนางเอาไว้แต่ภายในเรือน ชาวบ้านจึงไม่รู้ว่านางถูกบิดาและพี่ชายมองเป็นเพียงคนไร้ค่าเท่านั้น

อาหาร เสื้อผ้าที่ชาวบ้านแบ่งให้คนตระกูลหลี่ ก็ด้วยเห็นใจที่เขามีบุตรสาวเสียสติ อีกทั้งยังสงสารหลิงเฟิ่งที่เกิดมามีใบหน้างดงาม แต่ก็กลายเป็นเพียงหญิงบ้า หาประโยชน์อะไรจากนางไม่ได้

หลี่เฉียงรีบเข้าไปหยิบใบรับรองตัวตนของหลิงเฟิ่ง ส่วนหลี่กวนก็ประทับลายนิ้วมือลงในหนังสือตัดขาด เขาไม่แม้แต่จะถามว่าด้านในเขียนสิ่งใดเอาไว้บ้าง

หลิงเฟิ่งที่หวนคิดถึงเรื่องในอดีต ที่นางเคยเอ่ยถามถึงหนังสือรับรองตัวตน แต่หลี่กวนกับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้นางดู ที่แท้เขาก็ทิ้งใบรับรองตัวตนของนางไว้ที่เรือนในหมู่บ้านหู่เซิง มิได้นำติดไปในเมืองด้วย

ยิ่งฟังคำพูดของสามพ่อลูกที่เห็นแก่ตัว ความแค้นใจก็ระอุขึ้นมาอีกครั้ง หลิงเฟิ่งนางไม่รู้ตัวเลยว่ายามนี้นางใช้เล็บจิกเข้าไปที่มือของชุยหยุนอยู่

“เป็นอันใดหรือไม่” แม้จะรู้สึกเจ็บมือ แต่ก็ยังอดที่จะเห็นใจนางไม่ได้ เขาจึงไม่ได้บอกนางว่ากำลังทำให้เขาเจ็บอยู่

หลิงเฟิ่งปล่อยมือออกจากมือของชุยหยุน นางเห็นไม้ท่อนเดิมที่นางทุบตีพวกเขาเมื่อวานอยู่ตรงประตูเรือน นางจึงได้พุ่งตัวเข้าไปคว้าไม้มาถือไว้ แล้ววิ่งเข้าไปทุบตีหลี่กวนที่เพิ่งประทับลายนิ้วมือเสร็จ ก่อนจะทุบไปที่หัวของหลี่ซวงจนแตกเลือดอาบเต็มใบหน้า

“นังบ้า ฆ่าคนแล้ว” หลี่ซวงร้องออกมาอย่างเสียขวัญ ยิ่งเห็นเลือดไหลออกมามากมาย เขาก็แทบจะเป็นลมหมดสติ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป